<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>MAGPIE INDUSTRY CO.,LTD. &#187; Magpie Admin</title>
	<atom:link href="http://www.magpieindustry.co.th/author/dynamic-may/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.magpieindustry.co.th</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 19 Sep 2023 06:36:02 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
		<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
		<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.9.1</generator>
	<item>
		<title>ระบบ Hydraulic กับการหล่อลื่น</title>
		<link>http://www.magpieindustry.co.th/uncategorized/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a-hydraulic-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.magpieindustry.co.th/uncategorized/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a-hydraulic-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 19 Apr 2018 04:18:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Magpie Admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.magpieindustry.co.th/?p=1518</guid>
		<description><![CDATA[           ระบบไฮดรอลิกมีความสำคัญและมีการใช้อย่างแพร่หลายในงานอุตสาหกรรม ยานยนต์ และอุตสาหกรรมก่อสร้าง เนื่องจากระบบไฮดรลิกทำหน้าที่ในการถ่ายทอดพลังงานหรือกำลังงาน โดยการอัดแรงดันใส่ตัวกลางให้มีแรงดันสูง และนำแรงดันนั้นไปใช้ยังจุดที่ต้องการ            ระบบไฮดรอลิกจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพจำเป็นต้องอาศัยตัวกลางในการส่งกำลังหรือส่งแรงดันไปยังจุดที่ต้องการใช้กำลังนั้น ซึ่งตัวกลางในการส่งแรงที่ว่านี้ก็คือ &#8220;น้ำมันไฮดรอลิก&#8221; นั่นเอง           หากจะให้กล่าวถึงการทำงานของระบบไฮดรอลิกอย่างง่าย ก็จะขออธิบายด้วยวงจรการเดินทางของน้ำมันไฮดรอลิกใน 1 วงรอบ ดังนี้ อ่างน้ำมัน ⇒⇒ Filter ⇒⇒ Pump ⇒⇒ Control Valve ⇒⇒ Hydraulic Cylinder ⇒⇔ Return line filter ⇒⇒ อ่างน้ำมัน จะเห็นได้ว่าจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของวงจรเกิดที่ &#8220;อ่างน้ำมัน&#8221; โดยจุดนี้เป็นจุดพักที่น้ำมันจะทำการคลายความร้อนที่น้ำมันนำพาออกมาจากระบบไฮดรอลิก ในขณะเดียวกันอ่างน้ำมันยังเป็นจุดพักให้น้ำมันได้สลายฟองอากาศที่เกิดขึ้นจากการเคลื่อนที่อีกด้วย ซึ่งน้ำมันไฮดรอลิกที่มีอุณหภูมิต่ำลงและไม่มีฟองอากาศแล้วจะถูกดูดกลับเข้าสู่ระบบไฮดรอลิกต่อไป   Filter และ Return line filter  เพื่อให้น้ำมันไฮดรอลิกที่ถูกดูดไปใช้ในระบบมีความสะอาดปราศจากสิ่งปนเปื้อน จึงได้มีการติดตั้งตัวกรองหรือ [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><strong><a href="http://www.magpieindustry.co.th/wp-content/uploads/2018/04/Backup_200301_ContamControl2-fig3.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-1520" src="http://www.magpieindustry.co.th/wp-content/uploads/2018/04/Backup_200301_ContamControl2-fig3-300x293.jpg" alt="Backup_200301_ContamControl2-fig3" width="300" height="293" /></a></strong>         <span style="color: #800080;">  <span style="font-size: 12pt;"><span style="font-size: 14pt; color: #0000ff;"><strong>ระบบไฮดรอลิก</strong></span>มีความสำคัญและมีการใช้อย่างแพร่หลายในงานอุตสาหกรรม ยานยนต์ และอุตสาหกรรมก่อสร้าง เนื่องจากระบบไฮดรลิกทำหน้าที่ในการถ่ายทอดพลังงานหรือกำลังงาน โดยการอัดแรงดันใส่ตัวกลางให้มีแรงดันสูง และนำแรงดันนั้นไปใช้ยังจุดที่ต้องการ</span></span><span style="font-size: 12pt; color: #800080;"> </span> <span style="font-size: 12pt; color: #800080;">          </span></p>
<p><span style="font-size: 12pt; color: #800080;">ระบบไฮดรอลิกจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพจำเป็นต้องอาศัยตัวกลางในการส่งกำลังหรือส่งแรงดันไปยังจุดที่ต้องการใช้กำลังนั้น ซึ่งตัวกลางในการส่งแรงที่ว่านี้ก็คือ &#8220;น้ำมันไฮดรอลิก&#8221; นั่นเอง</span> <span style="font-size: 12pt; color: #800080;">          </span></p>
<p><span style="font-size: 12pt; color: #800080;">หากจะให้กล่าวถึงการทำงานของระบบไฮดรอลิกอย่างง่าย ก็จะขออธิบายด้วยวงจรการเดินทางของน้ำมันไฮดรอลิกใน 1 วงรอบ ดังนี้</span></p>
<p><span style="font-size: 12pt;"><strong><span style="color: #3366ff;">อ่างน้ำมัน</span></strong><span style="color: #800080;"> ⇒⇒ Filter ⇒⇒ <span style="color: #ff0000;"><em><strong>Pump</strong></em></span> ⇒⇒ Control Valve ⇒⇒ Hydraulic Cylinder ⇒⇔ Return line filter ⇒⇒</span> <strong><span style="color: #3366ff;">อ่างน้ำมัน</span></strong> </span></p>
<p><span style="font-size: 12pt;">จะเห็นได้ว่าจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของวงจรเกิดที่ <span style="color: #0000ff;">&#8220;อ่างน้ำมัน&#8221;</span> โดยจุดนี้เป็นจุดพักที่น้ำมันจะทำการคลายความร้อนที่น้ำมันนำพาออกมาจากระบบไฮดรอลิก ในขณะเดียวกันอ่างน้ำมันยังเป็นจุดพักให้น้ำมันได้สลายฟองอากาศที่เกิดขึ้นจากการเคลื่อนที่อีกด้วย ซึ่งน้ำมันไฮดรอลิกที่มีอุณหภูมิต่ำลงและไม่มีฟองอากาศแล้วจะถูกดูดกลับเข้าสู่ระบบไฮดรอลิกต่อไป  </span></p>
<p><span style="color: #800080;"><strong><span style="font-size: 12pt;">Filter และ Return line filter</span></strong></span><span style="color: #800080; font-size: 12pt;"><span style="color: #000000;">  เพื่อให้น้ำมันไฮดรอลิกที่ถูกดูดไปใช้ในระบบมีความสะอาดปราศจากสิ่งปนเปื้อน จึงได้มีการติดตั้งตัวกรองหรือ filter เพื่อดักจับสิ่งสกปรกหรือเศษโลหะที่อาจปะปนในน้ำมันไฮดรอลิก ซึ่งหากสิ่งไม่พึงประสงค์นี้หลุดเข้าไปสู่ระบบอาจทำให้เกิดความเสียหายแก่อุปกรณ์ภายในได้</span></span></p>
<p><span style="font-size: 12pt;"><strong><span style="color: #ff0000;">Pump</span></strong> ปั๊มหรืออุปกรณ์เพิ่มแรงดันถือเป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญที่สุดในระบบไฮดรอลิก เนื่องจากปั๊มคือตัวสร้างแรงดันให้กับน้ำมันในระบบ ซึ่งในจุดนี้จะเกิดการเสียดสีและมีอุณหภูมิสูง ดังนั้นการเลือกใช้น้ำมันไฮดรอลิกให้เหมาะสมกับชนิดของ pump จึงมีความสำคัญมาก</span></p>
<p><span style="font-size: 12pt;"><span style="color: #800080;"><strong>Control Valve</strong></span>  น้ำมันที่ถูกเพิ่มแรงดันแล้วจะถูกส่งมายังวาล์วเพื่อทำการปรับระดับแรงดันให้มีความดันที่เหมาะสม นอกจากนั้นวาล์วยังทำหน้าที่ในการกำหนดทิศทางของน้ำมันที่จะถูกส่งไปใช้ยังจุดต่างๆด้วย</span></p>
<p><span style="font-size: 12pt;"><span style="color: #800080;"><strong>Hydraulic Cylinder</strong></span> หากจุดเริ่มต้นการเดินทางของน้ำมันไฮดรอลิกเริ่มจากอ่างน้ำมัน &#8220;กระบอกไฮดรอลิก&#8221;  ก็คงถือเป็นจุดสิ้นสุดหรือเป็นเส้นชัยของการเดินทางก็ว่าได้ เนื่องจากที่จุดๆนี้เป็นจุดที่เครื่องจักรเกิดการนำแรงดันจากน้ำมันไฮดรอลิกไปใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการ กด อัด ตัด หรือการยก เมื่อแรงดันจากน้ำมันไฮดรอลิกถูกใช้ไปแล้ว น้ำมันก็จะถูกส่งกลับไปยังจุดเริ่มต้นเพื่อเริ่มกระบวนการวนซ้ำต่อไปนั่นเอง</span> <span style="font-size: 12pt;"> </span></p>
<p><span style="color: #800080; font-size: 12pt;">จากที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่าน้ำมันไฮดรอลิกมีความสำคัญอย่างมากในการเป็นตัวกลางในการถ่ายทอดกำลัง แต่นอกจากหน้าที่ดังกล่าวแล้วน้ำมันไฮดรอลิกยังมีหน้าที่ในการขจัดและนำพาสิ่งสกปรกออกจากระบบไฮดรอลิก อีกทั้งในส่วนที่เกิดการเสียดสีอย่างเช่นกระบอกสูบ หรือปั๊มไฮดรอลิก น้ำมันยังสามารถทำหน้าที่ในการลดแรงเสียดทานและลดการสึกหรอของอุปกรณ์ต่างๆได้อีกด้วย<span id="more-1518"></span></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.magpieindustry.co.th/uncategorized/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a-hydraulic-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>น้ำมันหล่อลื่นเพื่อสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>http://www.magpieindustry.co.th/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://www.magpieindustry.co.th/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 08 May 2017 04:22:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Magpie Admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.magpieindustry.co.th/?p=1329</guid>
		<description><![CDATA[&#160; ในปัจจุบันการใช้งานน้ำมันหล่อลื่นมีอยู่อย่างแพร่หลาย ทั้งในกลุ่มของยานยนต์และกลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งหากกำจัดไม่ถูกวิธีนั้น น้ำมันหล่อลื่นที่ถูกใช้งานจะเป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก อีกทั่งระหว่างการใช้งาน น้ำมันหล่อลื่นอาจมีการรั่วไหล ทำให้มีโอกาสเจือปนสู่สิ่งแวดล้อมได้ หน่วยงานในหลายประเทศจึงร่วมกันพัฒนากฎเกณฑ์และมาตรฐานเพื่อควบคุมการใช้งานของน้ำมัน ดังนั้น ปตท.ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างยิ่ง จึงได้คิดค้นและพัฒนาผลิตภัณ์สำหรับสิ่งแวดล้อมขึ้น นั่นคือ “ PTT RACING FORMULA BIOSYN ”  และ  “ PTT HYDRAULIC BIOSYN ”   น้ำมันที่สามารถย่อยสลายได้คือ? &#160; &#160; องค์กรระดับโลก ASTM หรือ American Society for Testing Marerial ได้นิยามน้ำมันที่สามารถย่อยสลายได้คือ “ น้ำมันสามารถย่อยสลายหรือเปลี่ยนสภาพทางเคมีได้จากโครงสร้างหรือส่วนประกอบของตัวมันเอง ”  ซึ่งเป็นน้ำมันที่ทำมาจากน้ำมันสังเคราะห์หรือน้ำมันพืช โดยน้ำมันเหล่านี้สามารถเป็นอาหารของแบคทีเรียตามธรรมชาติ อีกทั้งน้ำมันดังกล่าวหากลงสู่ทะเลก็จะมีความเป็นพิษกับสัตว์ทะเลน้อยกว่าน้ำมันจากปิโตรเลียมทั่วไป   ทำไมต้องใช้? เรื่องของมลภาวะที่เกิดกับธรรมชาติ ส่วนหนึ่งมาจากการจัดการน้ำมันอย่างไม่เหมาะสม รวมถึงการปล่อยสู่ธรรมชาติโดยขาดการดูแลอย่างถูกวิธี ซึ่งในบางครั้งอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้นการเลือกใช้งานน้ำมันที่มีคุณสมบัติการย่อยสลายเองตามธรรมชาติได้นั้นย่อมเป็นหนึ่งแนวทางที่ลดปัญหาดังกล่าวได้                 ถึงแม้ว่าการใช้งานของน้ำมันกลุ่มที่สามารถย่อยสลายตามธรรมชาติได้ถือว่ายังไม่เป็นที่นิยมและยังไม่ถูกบังคับใช้ตามกฎหมาย แต่อย่างไรก็ตาม ปตท. [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: 12pt;"><a href="http://www.magpieindustry.co.th/wp-content/uploads/2017/05/PTT-BIO-SYN.jpg"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-1333" src="http://www.magpieindustry.co.th/wp-content/uploads/2017/05/PTT-BIO-SYN-150x150.jpg" alt="PTT BIO SYN" width="150" height="150" /></a></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: 12pt;">ในปัจจุบันการใช้งานน้ำมันหล่อลื่นมีอยู่อย่างแพร่หลาย ทั้งในกลุ่มของยานยนต์และกลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งหากกำจัดไม่ถูกวิธีนั้น น้ำมันหล่อลื่นที่ถูกใช้งานจะเป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก อีกทั่งระหว่างการใช้งาน น้ำมันหล่อลื่นอาจมีการรั่วไหล ทำให้มีโอกาสเจือปนสู่สิ่งแวดล้อมได้ หน่วยงานในหลายประเทศจึงร่วมกันพัฒนากฎเกณฑ์และมาตรฐานเพื่อควบคุมการใช้งานของน้ำมัน ดังนั้น ปตท.ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างยิ่ง จึงได้คิดค้นและพัฒนาผลิตภัณ์สำหรับสิ่งแวดล้อมขึ้น นั่นคือ <strong><span style="color: #ff0000;">“ PTT RACING FORMULA BIOSYN ”  และ  “ PTT HYDRAULIC BIOSYN ”</span></strong></span></p>
<p><span style="font-size: 12pt;"> </span></p>
<p><span style="color: #339966;"><em><span style="font-size: 12pt;"><strong>น้ำมันที่สามารถย่อยสลายได้คือ</strong><strong>?</strong></span></em></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: 12pt;">องค์กรระดับโลก ASTM หรือ American Society for Testing Marerial ได้นิยามน้ำมันที่สามารถย่อยสลายได้คือ “ น้ำมันสามารถย่อยสลายหรือเปลี่ยนสภาพทางเคมีได้จากโครงสร้างหรือส่วนประกอบของตัวมันเอง ”  ซึ่งเป็นน้ำมันที่ทำมาจากน้ำมันสังเคราะห์หรือน้ำมันพืช โดยน้ำมันเหล่านี้สามารถเป็นอาหารของแบคทีเรียตามธรรมชาติ อีกทั้งน้ำมันดังกล่าวหากลงสู่ทะเลก็จะมีความเป็นพิษกับสัตว์ทะเลน้อยกว่าน้ำมันจากปิโตรเลียมทั่วไป</span></p>
<p><span style="font-size: 12pt;"> </span></p>
<p><span style="color: #339966;"><em><span style="font-size: 12pt;"><strong>ทำไมต้องใช้</strong><strong>?</strong></span></em></span></p>
<p><span style="font-size: 12pt;">เรื่องของมลภาวะที่เกิดกับธรรมชาติ ส่วนหนึ่งมาจากการจัดการน้ำมันอย่างไม่เหมาะสม รวมถึงการปล่อยสู่ธรรมชาติโดยขาดการดูแลอย่างถูกวิธี ซึ่งในบางครั้งอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้นการเลือกใช้งานน้ำมันที่มีคุณสมบัติการย่อยสลายเองตามธรรมชาติได้นั้นย่อมเป็นหนึ่งแนวทางที่ลดปัญหาดังกล่าวได้</span></p>
<p><span style="font-size: 12pt;">                ถึงแม้ว่าการใช้งานของน้ำมันกลุ่มที่สามารถย่อยสลายตามธรรมชาติได้ถือว่ายังไม่เป็นที่นิยมและยังไม่ถูกบังคับใช้ตามกฎหมาย แต่อย่างไรก็ตาม ปตท. พร้อมที่จะเป็นผู้นำเพื่อพัฒนาและผลักดันน้ำมันหล่อลื่นสำหรับสิ่งแวดล้อมซึ่งถือเป็นก้าวเล็กๆ ที่สำคัญในอนาคตต่อไป</span></p>
<p><span style="font-size: 12pt;"> </span></p>
<p style="text-align: right;"><span style="font-size: 12pt;">ขอบคุณบทความดีๆจาก บมจ.ปตท.</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.magpieindustry.co.th/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>น้ำมันใช้แล้วสีดำดีหรือไม่?</title>
		<link>http://www.magpieindustry.co.th/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://www.magpieindustry.co.th/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 08 May 2017 04:14:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Magpie Admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.magpieindustry.co.th/?p=1324</guid>
		<description><![CDATA[น้ำมันเครื่องที่ซื้อมาใหม่ส่วนใหญ่จะมีลักษณะคล้ายๆกัน คือ มีสีเหลืองนวลใส ถ้าหากเป็นเกรดสังเคราะห์แล้วละก็ จะมีสีเหลืองอ่อนใสมากกว่า แต่ถ้าหากเราขับรถจนถึงระยะการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องแล้วเวลาดึงก้านวัดระดับน้ำมันเครื่องอกมาจะเห็นได้ว่าน้ำมันมีสีเข้มขึ้นมาก บางครั้งเป็นสีดำเลยทีเดียว โดยเฉพาะรถเครื่องยนต์ดีเซล เหตุที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากปกติเครื่องยนต์มีการไหม้อยู่ตลอดเวลา ซึ่งน้ำมันเชื้อเพลิงมีองค์ประกอบของสารไฮโดรคาร์บอนอยู่เป็นจำนวนมาก ผลที่ได้จากการเผาไหม้จะมีเขม่าสีดำออกมาด้วย บางส่วนถูกปล่อยออกมาเป็นควันสีดำให้เราเห็นได้ทั่วไป เช่น รถคันเก่าๆ แต่สิ่งที่ออกมาเป็นควันดำนั้นยังไม่ใช่ทั้งหมด เขม่าพวกนี้ยังหลงเหลืออยู่ในเครื่องยนต์ค่อนข้างมาก หากไปเกาะตามชิ้นส่วนต่างๆในเครื่องยนต์จะทำให้ประสิทธิภาพของเครื่องายนต์นั้นไม่ดีตามไปด้วย การที่มีเขม่าเยอะนั้น ก่อให้เกิดความสกปรกต่อเครื่องยนต์ บางครั้งถ้าเขม่ามาเกาะตามบริเวณต่างๆ เพิ่มมากขึ้น จะทำให้การระบายความร้อนแย่ลง อีกทั้งเขม่าพวกนี้ยังสามารถจับตัวรวมตัวเป็นก้อนมีลักษณะคล้ายโคลน และมีโอกาสเข้าไปอุดตันตามท่อทาง ทำให้น้ำมันเครื่องไม่สามารถไปหล่อเลี้ยงชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ได้ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของน้ำมันเครื่องที่ต้องคอยทำความสะอาดเครื่องยนต์ และไม่ให้เขม่านื้มารวมตัวกันเป็นก้อน โดยการที่น้ำมันจะคอยดึงเขม่าไว้ในตัว ทำให้น้ำมันจึงมีสีดำขึ้นเมื่อถูกใช้งานไปเรื่อยๆ นั่นเอง แล้วน้ำมันเครื่องที่ดีใช้แล้วต้องใส จิงหรือไม่? น้ำมันเครื่องที่ดีเวลาเปลี่ยนถ่ายต้องนำเอาสิ่งสกปรกออกมาจากภายในเครื่องยนต์ อาจเปรียบเทียบได้เหมือนการซักผ้า ถ้าเรานำผ้าสกปรกมาซักในอ่างที่ใส่น้ำและผงซักฟอกไปพร้อมกัน เมื่อซักเสร็จผ้าจะสะอาด น้ำที่อยู่ในอ่างจะดำเพราะว่าได้นำสิ่งสกปรกออกจากเสื้อผ้าไปเป็นที่เรียบร้อย น้ำมันเครื่องก็เช่นกันที่คอยนำเอาสิ่งสกปรกออกจากเครื่องยนต์ทำให้เครื่องสะอาด เพื่อให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ โดยในน้ำมันจะมีสารเพิ่มคุณภาพจำพวกชะล้างและกระจายเขม่าอยู่ (ทำงานคล้ายผงซักฟอก) การชะล้างทำให้สิ่งสกปรกที่ติดอยู่ตามชิ้นส่วน เช่น ลูกสูบ, เสื้อสูบ, เพลา , ข้อเหวี่ยง ออกมาแล้วเก็บเอาไว้ในเนื้อน้ำมัน จากนั้นเป็นหน้าที่ของการกระจายเขม่าไม่ให้เขม่าที่อยู่ในเนื้อน้ำมันจับตัวรวมกันเป็นก้อน เพราะเหตุนี้น้ำมันที่ดีต้องนำสิ่งสกปปรกออกมาไว้ที่เนื้อน้ำมัน ทำให้เครื่องยนต์สะอาดตลอดเวลา ไม่ใช่ว่าเครื่องยนต์สกปรกแต่น้ำมันใส]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: 12pt;"><a href="http://www.magpieindustry.co.th/wp-content/uploads/2017/05/น้ำมันเก่า.jpg"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-1323" src="http://www.magpieindustry.co.th/wp-content/uploads/2017/05/น้ำมันเก่า-150x150.jpg" alt="น้ำมันเก่า" width="150" height="150" /></a><span style="color: #808080;">น้ำมันเครื่องที่ซื้อมาใหม่ส่วนใหญ่จะมีลักษณะคล้ายๆกัน คือ มีสีเหลืองนวลใส ถ้าหากเป็นเกรดสังเคราะห์แล้วละก็ จะมีสีเหลืองอ่อนใสมากกว่า แต่ถ้าหากเราขับรถจนถึงระยะการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องแล้วเวลาดึงก้านวัดระดับน้ำมันเครื่องอกมาจะเห็นได้ว่าน้ำมันมีสีเข้มขึ้นมาก บางครั้งเป็นสีดำเลยทีเดียว โดยเฉพาะรถเครื่องยนต์ดีเซล เหตุที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากปกติเครื่องยนต์มีการไหม้อยู่ตลอดเวลา ซึ่งน้ำมันเชื้อเพลิงมีองค์ประกอบของสารไฮโดรคาร์บอนอยู่เป็นจำนวนมาก ผลที่ได้จากการเผาไหม้จะมีเขม่าสีดำออกมาด้วย บางส่วนถูกปล่อยออกมาเป็นควันสีดำให้เราเห็นได้ทั่วไป เช่น รถคันเก่าๆ แต่สิ่งที่ออกมาเป็นควันดำนั้นยังไม่ใช่ทั้งหมด เขม่าพวกนี้ยังหลงเหลืออยู่ในเครื่องยนต์ค่อนข้างมาก หากไปเกาะตามชิ้นส่วนต่างๆในเครื่องยนต์จะทำให้ประสิทธิภาพของเครื่องายนต์นั้นไม่ดีตามไปด้วย การที่มีเขม่าเยอะนั้น ก่อให้เกิดความสกปรกต่อเครื่องยนต์ บางครั้งถ้าเขม่ามาเกาะตามบริเวณต่างๆ เพิ่มมากขึ้น จะทำให้การระบายความร้อนแย่ลง อีกทั้งเขม่าพวกนี้ยังสามารถจับตัวรวมตัวเป็นก้อนมีลักษณะคล้ายโคลน และมีโอกาสเข้าไปอุดตันตามท่อทาง ทำให้น้ำมันเครื่องไม่สามารถไปหล่อเลี้ยงชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ได้ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของน้ำมันเครื่องที่ต้องคอยทำความสะอาดเครื่องยนต์ และไม่ให้เขม่านื้มารวมตัวกันเป็นก้อน โดยการที่น้ำมันจะคอยดึงเขม่าไว้ในตัว ทำให้น้ำมันจึงมีสีดำขึ้นเมื่อถูกใช้งานไปเรื่อยๆ นั่นเอง</span></span></p>
<p><em><span style="font-size: 12pt; color: #3366ff;"><strong>แล้วน้ำมันเครื่องที่ดีใช้แล้วต้องใส จิงหรือไม่</strong><strong>?</strong></span></em></p>
<p><span style="font-size: 12pt; color: #808080;">น้ำมันเครื่องที่ดีเวลาเปลี่ยนถ่ายต้องนำเอาสิ่งสกปรกออกมาจากภายในเครื่องยนต์ อาจเปรียบเทียบได้เหมือนการซักผ้า ถ้าเรานำผ้าสกปรกมาซักในอ่างที่ใส่น้ำและผงซักฟอกไปพร้อมกัน เมื่อซักเสร็จผ้าจะสะอาด น้ำที่อยู่ในอ่างจะดำเพราะว่าได้นำสิ่งสกปรกออกจากเสื้อผ้าไปเป็นที่เรียบร้อย น้ำมันเครื่องก็เช่นกันที่คอยนำเอาสิ่งสกปรกออกจากเครื่องยนต์ทำให้เครื่องสะอาด เพื่อให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ โดยในน้ำมันจะมีสารเพิ่มคุณภาพจำพวกชะล้างและกระจายเขม่าอยู่ (ทำงานคล้ายผงซักฟอก) การชะล้างทำให้สิ่งสกปรกที่ติดอยู่ตามชิ้นส่วน เช่น ลูกสูบ, เสื้อสูบ, เพลา , ข้อเหวี่ยง ออกมาแล้วเก็บเอาไว้ในเนื้อน้ำมัน จากนั้นเป็นหน้าที่ของการกระจายเขม่าไม่ให้เขม่าที่อยู่ในเนื้อน้ำมันจับตัวรวมกันเป็นก้อน เพราะเหตุนี้น้ำมันที่ดีต้องนำสิ่งสกปปรกออกมาไว้ที่เนื้อน้ำมัน ทำให้เครื่องยนต์สะอาดตลอดเวลา ไม่ใช่ว่าเครื่องยนต์สกปรกแต่น้ำมันใส</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.magpieindustry.co.th/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การหล่อลื่นเครื่องมือที่ขับเคลื่อนโดยกำลังดันลม</title>
		<link>http://www.magpieindustry.co.th/uncategorized/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://www.magpieindustry.co.th/uncategorized/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 08 May 2017 03:48:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Magpie Admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.magpieindustry.co.th/?p=1313</guid>
		<description><![CDATA[ในงานอุตสาหกรรมและงานก่อสร้างเครื่องจักรกลบางชนิดเป็นแบบขับเคลื่อนโดยกำลังดันลม เครื่องมือลมพวกนี้แบ่งตามลักษณะทำงานได้เป็น 3 ชนิด คือ เครื่องมือที่ทำงานแบบเคาะหรือทุบ เช่น ฆ้อน หรือปั้นจั่น เครื่องมือชนิดที่หมุน เช่น สว่าน เครื่องบดเจียร หรือปั๊ม เครื่องมือที่ใช้แรงกดดันคงที่ เช่น เครื่องมือยกของ หรือเครื่องมือที่ใช้จับยึดเกาะ             เครื่องมือบางอย่างมีลักษณะการทำงานของทั้ง 2 ชนิดดังกล่าวรวมกัน เช่น สว่านที่ใช้เจาะหิน เป็นเครื่องมือลมที่ทำงานโดยทั้งแบบเคาะ      และหมุนในขณะเดียวกัน                      การหล่อลื่นเครื่องมือเหล่านี้น้ำมันที่ใช้จะเป็นชนิดพิเศษ การหล่อลื่นด้วยมอเตอร์ แบริ่ง และเฟืองอาจจะแยกกัน (โดยใช้น้ำมันหรือจารบี) หรืออาจหล่อลื่น โดยน้ำมันตัวเดียวกันกับที่ใช้ในห้องอากาศ (Air Chambar) ชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวในห้องอากาศถูกหล่อลื่นโดยตัวหล่อลื่นน้ำมัน หรือโดยละอองน้ำมันที่อยู่ในอากาศที่ถูกอัด โดยระบบ [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<table class=" alignright" style="height: 158px;" width="162">
<tbody>
<tr>
<td><a href="http://www.magpieindustry.co.th/wp-content/uploads/2017/05/ปั้นจั่น.jpg"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-1314" src="http://www.magpieindustry.co.th/wp-content/uploads/2017/05/ปั้นจั่น-150x150.jpg" alt="ปั้นจั่น" width="150" height="150" /></a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><em><span style="font-size: 12pt;"><span style="color: #0000ff;"><strong>ในงานอุตสาหกรรมและงานก่อสร้างเครื่องจักรกลบางชนิดเป็นแบบขับเคลื่อนโดยกำลังดันลม</strong></span> เครื่องมือลมพวกนี้แบ่งตามลักษณะทำงานได้เป็น 3 ชนิด คือ</span></em></p>
<ul>
<li><span style="font-size: 12pt;">เครื่องมือที่ทำงานแบบเคาะหรือทุบ เช่น ฆ้อน หรือปั้นจั่น</span></li>
<li><span style="font-size: 12pt;">เครื่องมือชนิดที่หมุน เช่น สว่าน เครื่องบดเจียร หรือปั๊ม</span></li>
<li><span style="font-size: 12pt;">เครื่องมือที่ใช้แรงกดดันคงที่ เช่น เครื่องมือยกของ หรือเครื่องมือที่ใช้จับยึดเกาะ</span></li>
</ul>
<p><span style="font-size: 12pt;">            <a href="http://www.magpieindustry.co.th/wp-content/uploads/2017/05/สว่านจาะหิน.jpg"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-1320" src="http://www.magpieindustry.co.th/wp-content/uploads/2017/05/สว่านจาะหิน-150x150.jpg" alt="สว่านจาะหิน" width="150" height="150" /></a>เครื่องมือบางอย่างมีลักษณะการทำงานของทั้ง 2 ชนิดดังกล่าวรวมกัน เช่น สว่านที่ใช้เจาะหิน เป็นเครื่องมือลมที่ทำงานโดยทั้งแบบเคาะ      และหมุนในขณะเดียวกัน</span></p>
<p><span style="font-size: 12pt;">         </span></p>
<p><span style="font-size: 12pt;">           การหล่อลื่นเครื่องมือเหล่านี้น้ำมันที่ใช้จะเป็นชนิดพิเศษ การหล่อลื่นด้วยมอเตอร์ แบริ่ง และเฟืองอาจจะแยกกัน (โดยใช้น้ำมันหรือจารบี) หรืออาจหล่อลื่น โดยน้ำมันตัวเดียวกันกับที่ใช้ในห้องอากาศ (Air Chambar) ชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวในห้องอากาศถูกหล่อลื่นโดยตัวหล่อลื่นน้ำมัน หรือโดยละอองน้ำมันที่อยู่ในอากาศที่ถูกอัด โดยระบบ Airline Lubricator หรือ Microfog Lubricator การเลือกน้ำมันหล่อลื่นในห้องอากาศจะขึ้นอยู่กับการออกแบบและการทำงานของเครื่องมือซึ่งต้องคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้</span></p>
<ol>
<li><span style="font-size: 12pt;">.การขยายตัวของอากาศอย่างรวดเร็วภายในเครื่องมือ ทำให้อุณหภูมิลดต่ำลงอย่างมาก ดังนั้นน้ำมันที่ใช้จำเป็นต้องมีจุดไหลเทต่ำ ( Low Pour Point )</span></li>
<li><span style="font-size: 12pt;">ในทางตรงข้ามกับข้อ1 หยดน้ำมันในทางเดินของอากาศที่ถูกอัดจะมีอุณหภูมิสูง อันนี้เป็นสาเหตุที่ว่าน้ำมันที่ใช้ต้องสามารถต้านทานการทำปฏิกิริยากับอ็อกซิเจน ปฏิกิริยานี้ทำให้เนื้อน้ำมันแปรสภาพเป็นสารเหนียว)</span></li>
<li><span style="font-size: 12pt;">เนื่องจากอากาศหรือสารที่ถูกอัดมักจะมีความชื้นสูง โดยเฉพาะการทำงานใต้ดินซึ่งอาจมีความแตกต่างของอุณหภูมิอย่างมากระหว่างลมที่เครื่องอัดอากาศ (โดยปกติจะอยู่บนดิน) และลมที่ถูกส่งไปยังเครื่องมือที่ใช้ใต้ดิน ในกรณีนี้ความชื้นในอากาศดังกล่าวจะมีผลกระทบสองทางคือ จะเกิดการกัดกร่อนและการชะล้างน้ำมันหล่อลื่นออกไปจากผิวโลหะ ดังนั้นน้ำมันพวกนี้ต้องสามารถป้องกันการกัดกร่อนและรวมกัวกับน้ำได้ในบริเวณที่มีน้ำมาก</span></li>
<li><span style="font-size: 12pt;">เนื่องจากช่องว่างระหว่างผิวโลหะของเครื่องมือบางชนิดค่อนข้างแคบ น้ำมันหล่อลื่นต้องสามารถป้องกันการสึกหรอได้ดีด้วย ถ้าเครื่งอมือถูกใช้งานหนักมากต้องสามารถรับแรงกดสูงๆได้ด้วย เช่น งานเจาะหินซึ่งต้องใช้แรงเจาะเฉือนอย่างรุนแรง</span></li>
</ol>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.magpieindustry.co.th/uncategorized/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การเลือกน้ำมันหล่อลื่นอุตสาหกรรม</title>
		<link>http://www.magpieindustry.co.th/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://www.magpieindustry.co.th/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 08 May 2017 03:14:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Magpie Admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.magpieindustry.co.th/?p=1303</guid>
		<description><![CDATA[&#160; “เราจะเลือกใช้น้ำมันหล่อลื่นอุตสาหกรรมอย่างไรให้ถูกต้อง”ในภาคอุตสาหกรรม โรงงานอุตสาหกรรมทุกแห่งมีความต้องการให้เครื่องจักรทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตและลดระยะเวลาที่ต้องใช้ในการซ่องบำรุง ซึ่งจะนำไปสู่การลดต้นทุนของผลิตภัณฑ์และสามารถแข่งขันราคากับคู่แข่งได้ หรือเพื่อต้องการกำไรที่มากขึ้น ดังนั้น โรงงานอุตสาหกรรมส่วนใหญ่มักจะสอบถามมายังผู้ผลิตน้ำมันหล่อลื่นให้ช่วยแนะนำสารหล่อลื่นที่จะช่วยให้เครื่องจักรสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งวิธีการที่ง่ายที่สุดคือ “การเลือกใช้น้ำมันหล่อลื่นที่ถูกต้อง”     การเลือกผลิตภัณฑ์หล่อลื่นให้เหมาะสมกับโรงงานอุตสาหกรรมไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนอกจากประเภทของโรงงานอุตสาหกรรมที่มีอยู่หลากหลายและมีความแตกต่างกันแล้ว น้ำมันอุตสาหกรรมแต่ละชนิดก็อาจจะมีข้อกำหนดและมาตรฐานที่ต้องการที่แตกต่างกันออกไปได้อีกด้วย&#160; เริ่มพิจารณาจากลักษณะการใช้งาน      บ่อยครั้งที่พบว่าผู้ผลิตน้ำมันหล่อลื่นได้ดำเนินการพัฒนาสูตรตามความต้องการของลูกค้าที่เป็นโรงงานอุตสาหกรรมในแต่ละกลุ่มแต่ะรายเป็นการเฉพาะ โดยที่จะมีคุณสมบัติพื้นฐานที่ต้องการโดยทั่วไป ที่น้ำมันหล่อลื่นอุตสาหกรรมทุกชนิดควรจะต้องมี ได้แก่ ลดแรงเสียดทาน ป้องกันการสึกหรอ ป้องกันการกัดกร่อน ระบายความร้อน และไม่ทำปฏิกิริยากับซีล และเนื่องจากลักษณะการใช้งานที่มีความหลากหลายมาก ทำให้น้ำมันหล่อลื่นอุตสาหกรรมจำเป็นจะต้องมีคุณสมบัติพิเศษเพิ่มเติมด้วย เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานเฉพาะจุด &#160; ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกใช้น้ำมันหล่อลื่นอุตสาหกรรมที่ถูกต้อง           1.ชนิดของเครื่องจักร เครื่องจักรต่างชนิดกันจะมีลักษณะการทำงานที่ต่างกัน ดังนั้นจึงต้องการคุณสมบัติของน้ำมันหล่อลื่นแตกต่างกันออกไปด้วย สูตรน้ำมันที่เหมาะสมก็จะต่างกัน เช่น ระบบไฮดรอลิกส่งกำลังมีความต้องการน้ำมันที่มีสารเพิ่มคุณภาพชนิดป้องการการสึกหรอ (Antiwear) เพื่อป้องกันการสึกหรอที่มักจะเกิดที่ปั๊มไฮดรอลิก, ระบบเกียร์ ต้องการน้ำมันที่มีสารเพิ่มคุณภาพชนิดรับแรงกด (Extreme Pressure, EP) เพื่อทำหน้าที่ปกป้องฟันเกียร์จากการสึกหรอ ควรระลึกไว้เสมอว่า การเลือกน้ำมันหล่อลื่นผิดประเภทเครื่องจักร อาจทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรงได้     [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<table style="height: 158px;" width="1015">
<tbody>
<tr>
<td><span style="color: #0000ff;"><strong><span style="font-size: 12pt;"><em>“เราจะเลือกใช้น้ำมันหล่อลื่นอุตสาหกรรมอย่างไรให้ถูกต้อง”</em></span></strong></span><span style="font-size: 12pt;">ในภาคอุตสาหกรรม โรงงานอุตสาหกรรมทุกแห่งมีความต้องการให้เครื่องจักรทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตและลดระยะเวลาที่ต้องใช้ในการซ่องบำรุง ซึ่งจะนำไปสู่การลดต้นทุนของผลิตภัณฑ์และสามารถ<a href="http://www.magpieindustry.co.th/wp-content/uploads/2017/05/น้ำมัน.jpg"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-1304" src="http://www.magpieindustry.co.th/wp-content/uploads/2017/05/น้ำมัน-150x150.jpg" alt="น้ำมัน" width="150" height="150" /></a>แข่งขันราคากับคู่แข่งได้ หรือเพื่อต้องการกำไรที่มากขึ้น ดังนั้น โรงงานอุตสาหกรรมส่วนใหญ่มักจะสอบถามมายังผู้ผลิตน้ำมันหล่อลื่นให้ช่วยแนะนำสารหล่อลื่นที่จะช่วยให้เครื่องจักรสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งวิธีการที่ง่ายที่สุดคือ “การเลือกใช้น้ำมันหล่อลื่นที่ถูกต้อง”</span><span style="font-size: 12pt;">     การเลือกผลิตภัณฑ์หล่อลื่นให้เหมาะสมกับโรงงานอุตสาหกรรมไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนอกจากประเภทของโรงงานอุตสาหกรรมที่มีอยู่หลากหลายและมีความแตกต่างกันแล้ว น้ำมันอุตสาหกรรมแต่ละชนิดก็อาจจะมีข้อกำหนดและมาตรฐานที่ต้องการที่แตกต่างกันออกไปได้อีกด้วย</span>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: 14pt;">เริ่มพิจารณาจากลักษณะการใช้งาน</span></p>
<p><span style="font-size: 12pt;">     บ่อยครั้งที่พบว่าผู้ผลิตน้ำมันหล่อลื่นได้ดำเนินการพัฒนาสูตรตามความต้องการของลูกค้าที่เป็นโรงงานอุตสาหกรรมในแต่ละกลุ่มแต่ะรายเป็นการเฉพาะ โดยที่จะมีคุณสมบัติพื้นฐานที่ต้องการโดยทั่วไป ที่น้ำมันหล่อลื่นอุตสาหกรรมทุกชนิดควรจะต้องมี ได้แก่ ลดแรงเสียดทาน ป้องกันการสึกหรอ ป้องกันการกัดกร่อน ระบายความร้อน และไม่ทำปฏิกิริยากับซีล และเนื่องจากลักษณะการใช้งานที่มีความหลากหลายมาก ทำให้น้ำมันหล่อลื่นอุตสาหกรรมจำเป็นจะต้องมีคุณสมบัติพิเศษเพิ่มเติมด้วย เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานเฉพาะจุด</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #3366ff;"><strong><span style="font-size: 12pt;">ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกใช้น้ำมันหล่อลื่นอุตสาหกรรมที่ถูกต้อง</span></strong></span></p>
<p><em>          <span style="font-size: 12pt;">1.ชนิดของเครื่องจักร</span></em></p>
<p><span style="font-size: 12pt;">เครื่องจักรต่างชนิดกันจะมีลักษณะการทำงานที่ต่างกัน ดังนั้นจึงต้องการคุณสมบัติของน้ำมันหล่อลื่นแตกต่างกันออกไปด้วย สูตรน้ำมันที่เหมาะสมก็จะต่างกัน เช่น ระบบไฮดรอลิกส่งกำลังมีความต้องการน้ำมันที่มีสารเพิ่มคุณภาพชนิดป้องการการสึกหรอ (Antiwear) เพื่อป้องกันการสึกหรอที่มักจะเกิดที่ปั๊มไฮดรอลิก, ระบบเกียร์ ต้องการน้ำมันที่มีสารเพิ่มคุณภาพชนิดรับแรงกด (Extreme Pressure, EP) เพื่อทำหน้าที่ปกป้องฟันเกียร์จากการสึกหรอ ควรระลึกไว้เสมอว่า การเลือกน้ำมันหล่อลื่นผิดประเภทเครื่องจักร อาจทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรงได้</span></p>
<p><span style="font-size: 12pt;"><em>          2.เบอร์ความหนืด</em></span></p>
<p><span style="font-size: 12pt;">การเลือกเบอร์ความหนืดของน้ำมันให้เหมาะสมกับการทำงานมีความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งการจะทราบว่าต้องใช้ความหนืดเท่าไรจึงจะเหมาะสม จำเป็นต้องได้รับข้อมูลเพื่อใช้ประกอบการพิจารณา ดังนี้</span></p>
<ul>
<li><span style="font-size: 12pt;">ความเร็วรอบของเครื่องจักร (คงที่หรือไม่คงที่)</span></li>
<li><span style="font-size: 12pt;">ภาระงาน แรงกดทับ (Load)</span></li>
<li><span style="font-size: 12pt;">อุณหภูมิที่ใช้งาน</span></li>
</ul>
<p><span style="font-size: 12pt;">น้ำมันหล่อลื่นเบอร์ความหนืดสูงๆ จะเหมาะสำหรับการทำงานของเครื่องจักรในสภาวะที่ความเร็วรอบต่ำ และมีภาระงานหนัก ในขณะที่น้ำมันหล่อลื่นเบอร์ความหนืดต่ำๆ จะเหมาะสำหรับการทำงานของเครื่องจักรในสภาวะที่มีความความเร็วรอบสูง และมีภาระงานเบา</span></p>
<p><em>          <span style="font-size: 12pt;">3.มาตรฐานและข้อกำหนดต่างๆ</span></em></p>
<p><span style="font-size: 12pt;">เครื่องจักรกลต่างประเภท ต่างผู้ผลิต ต่างรุ่นกัน อาจมีมาตรฐานที่ต้องการที่แตกต่างกัน การเลือกน้ำมันอุตสาหกรรมที่ตรงตามมาตรฐานที่เครื่องจักรต้องการ จะทำให้เครื่องจักรทำงานได้อย่างมีประสิทธภาพสูงสุด</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: 12pt; color: #ff0000;"><strong>ควรใช้น้ำมันหลื่อลื่นแบบธรรมดา หรือน้ำมั้นหล่อลื่นสังเคราะห์</strong></span></p>
<p><span style="font-size: 12pt;">ถ้าเป็นการหล่อลื่นเครื่องจักรอุตสาหกรรมทั่วๆไป ที่ไม่ต้องการรับภาระงานหนักมาก ไม่ต้องสัมผัสกับอุณหภูมิสูง และไม่ต้องการยืดอายุการใช้งานของน้ำมันยาวนานเป็นพิเศษ ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเลือกใช้น้ำมันหล่อลื่นสังเคราะห์ แต่ถ้าหากต้องการน้ำมันที่รองรับการทำงานในสภาวะที่รุนแรงได้และต้องการใช้งานได้ยาวนาน ก็ควรเลือกเป็นน้ำมันหล่อลื่นสังเคราะห์ ซึ่งจะได้คุณสมบัติที่ดีกว่าน้ำมันหล่อลื่นทั่วไป ดังนี้</span></p>
<ul>
<li><span style="font-size: 12pt;">ยืดอายุการใช้งานออกไปได้ยาวนานเป็นพิเศษ</span></li>
<li><span style="font-size: 12pt;">มีความเสถียรทางเคมีสูงมาก การเสื่อมสภาพเกิดช้า</span></li>
<li><span style="font-size: 12pt;">สามารถทำงานที่อุณหภูมิสูงมากๆ หรือต่ำมากๆได้</span></li>
</ul>
<p><span style="font-size: 12pt;">หวังว่าผู้อ่านทุกท่านจะได้รับแนวทางในการเลือกน้ำมันหล่อลื่นสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมเบื้องต้นได้อย่างถูกต้องและนะคะ </span></p>
<p style="text-align: right;"><span style="font-size: 12pt;">ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก บมจ.ปตท.ค่ะ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.magpieindustry.co.th/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
